วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การสัมภาษณ์

 การสัมภาษณ์(lnterview) 

        การสัมภาษณ์เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการพูดคุยระหว่างสองฝ่าย ได้แก่ ผู้ตั้งคำถามและผู้ให้ข้อมูล ข้อมูลที่ได้รับสามารถเป็นได้ทั้งเชิงตัวเลขและเชิงอธิบาย ซึ่งช่วยให้เข้าใจมุมมอง ความคิด ความรู้สึก และทัศนคติของผู้ให้ข้อมูลได้อย่างลึกซึ้ง การสัมภาษณ์(lnterview) แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1.การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง

ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง



2.การสัมภาษณ์แบบไม่มีมีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ


ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบไม่มีโครงสร้าง



3. การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง (เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและยังไม่มีความชำนาญ)


ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง



หลักทั่วไปในการสัมภาษณ์ 

1.กำหนดเป้าหมายการสัมภาษณ์ให้ชัดเจน ว่าจะถามเรื่องใด สัมภาษณ์ใคร

  และประเมินพัฒนาการด้านใด

2.เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ รูปแบบคำถาม และสถานที่ให้เหมาะสมกับเด็ก

3.ระหว่างการสัมภาษณ์ควรเป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังอย่างตั้งใจ

4.เปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ

5.ดำเนินการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กดดันเด็ก

6.ยุติการสัมภาษณ์อย่างเหมาะสม ไม่ทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด

 

ข้อจำกัด/ข้อควรระวังของการสัมภาษณ์

1.ตั้งคำถามให้ตรงตามวัตถุประสงค์และไม่ยากเกินไป

2.ให้เวลาเด็กคิดและตอบคำถามอย่างเพียงพอ

3.สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและน่าไว้วางใจ

4.ใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก

5.วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ร่วมกับวิธีประเมินอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้องและครบถ้วน




ใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง







การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ

 

การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)

        การสังเกตพฤติกรรมเป็นการประเมินตามสภาพจริงที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยครูจะเฝ้าดูพฤติกรรม การแสดงออก และการมีปฏิสัมพันธ์ของเด็กในระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้วบันทึกข้อมูลตามสิ่งที่เห็นและได้ยิน โดยไม่ใส่ความคิดเห็นหรือการตัดสินส่วนตัว การสังเกตช่วยให้ครูเข้าใจ  พัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างรอบด้าน

หลักการทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก

1. กำหนดเป้าหมายของการสังเกตให้ชัดเจน และวางแผนล่วงหน้า

2. เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เช่น แบบบันทึกหรือแบบสังเกต

3. สังเกตเด็กครั้งละหนึ่งคน และจัดช่วงเวลาการสังเกตให้เหมาะสม

4.บันทึกเฉพาะพฤติกรรมที่สังเกตเห็นจริง หากมีการวิเคราะห์หรือแปลความหมายควรแยกไว้ต่างหาก

 วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก 

        การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ

 1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมี โครงสร้าง

 2.  เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก

 ข้อดีของการสังเกต

1. เด็กไม่ต้องใช้ทักษะการอ่านหรือการเขียน

2.เด็กแสดงพฤติกรรมตามสภาพจริงและเป็นธรรมชาติ

3.ไม่รบกวนกิจวัตรประจำวันของเด็ก

4.ครูได้รับข้อมูลโดยตรงจากการปฏิบัติจริง

5.เป็นวิธีการที่เหมาะสมและได้รับการยอมรับในระดับปฐมวัย 

ข้อจำกัดของการสังเกต

1.ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกภายในของเด็กได้โดยตรง

2.ต้องสังเกตหลายครั้งจึงจะเข้าใจพฤติกรรมอย่างแท้จริง

3.ผลการสังเกตอาจขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองของผู้สังเกต

4.ใช้เวลาและความต่อเนื่องในการเก็บข้อมูล

5.ทำได้ยากในบางสถานการณ์ที่ครูต้องดูแลเด็กหลายคนพร้อมกัน



                                            ตัวอย่างแบบบันทึกสังเกตพฤติกรรม

















เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย


 











อ้างอิง
อ้างอิง ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสล็ด. เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย. สืบค้นจาก https://drive.google.com/file/d/14gJxNQn_DpB91k7hdMlR7sf2dA8VckLE/view  
19มกราคม 2569

ที่ปรึกษา รุ่นที่ 1

 มี ที่ปรึกษา  Blog  รุ่นที่  1  เป็นที่ปรึกกษา 3 ท่านดังนี้ 1. ชื่อบล็อก 66_102อรวรรณ: การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ที่อยู่ child...